การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้า
nextbackseo@gmail.com | Posted on |
Table of Contents
Toggleการเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้า
การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้า การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้าหรือโกดัง การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้า เป็นพื้นที่ที่ต้องรองรับการใช้งานแตกต่างจากพื้นบ้านทั่วไป เพราะนอกจากน้ำหนักของพื้นและสินค้าแล้ว ยังอาจมีชั้นวางสินค้า พาเลท รถลากพาเลท รถโฟล์คลิฟท์ เครื่องจักร และรถขนส่งเข้าออกเป็นประจำ การเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้าจึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน หนึ่งในวัสดุที่พบได้ในงานประเภทนี้คือ ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ซึ่งเป็นตะแกรงเหล็กเชื่อมสำเร็จรูปที่สามารถนำมาใช้เป็นเหล็กเสริมตามรายละเอียดที่วิศวกรออกแบบ อย่างไรก็ตาม การเลือก ไวร์เมชเทพื้นคลังสินค้า ไม่ควรดูเพียงว่าใช้ลวดกี่มิล เพราะยังต้องพิจารณาระยะช่อง คุณสมบัติวัสดุ ความหนาของพื้นคอนกรีต น้ำหนักใช้งาน สภาพชั้นดินและชั้นรองพื้น ตลอดจนตำแหน่งของตะแกรงภายในคอนกรีต คำตอบแบบสั้น การเลือกตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้าหรือโกดัง ควรเริ่มจากข้อมูลน้ำหนักที่พื้นต้องรองรับ เช่น น้ำหนักสินค้า Rack รถโฟล์คลิฟท์ และเครื่องจักร จากนั้นให้วิศวกรกำหนดความหนาพื้น ขนาดเส้นลวด ระยะช่อง และตำแหน่งไวร์เมชที่เหมาะสม ก่อนสั่งผลิตหรือสั่งซื้อสินค้าตาม Specification ไม่ควรเลือกไวร์เมชจากขนาดเส้นลวดหรือราคาต่อแผงเพียงอย่างเดียว สำหรับเจ้าของโกดัง ผู้รับเหมา บริษัทก่อสร้าง หรือฝ่ายจัดซื้อที่มีแบบหรือ BOQ แล้ว สามารถสอบถามรายละเอียด ตะแกรงเหล็กไวร์เมช กับ บริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด โดยแจ้ง Specification ปริมาณ พื้นที่ใช้งาน และสถานที่จัดส่ง เพื่อช่วยให้ตรวจสอบสินค้าได้ตรงกับความต้องการของโครงการการเลือกใช้ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้า
- ตะแกรงเหล็กไวร์เมชคืออะไร?
ตะแกรงเหล็กไวร์เมช หรือ Wire Mesh เป็นตะแกรงเหล็กเชื่อมสำเร็จรูป ผลิตจากเส้นลวดเหล็กที่จัดเรียงในแนวยาวและแนวขวางเป็นตาราง ก่อนเชื่อมบริเวณจุดตัดเพื่อรักษาระยะของตะแกรงให้เป็นไปตาม Specification ของผลิตภัณฑ์ ไวร์เมชมีหลายขนาดเส้นลวดและหลายระยะช่อง เช่น ขนาดที่พบในงานก่อสร้างอาจมี 4 มม. 6 มม. 9 มม. หรือขนาดอื่น ส่วนระยะช่องอาจพบได้ทั้ง 15 x 15 ซม., 20 x 20 ซม. หรือ Specification อื่นตามการผลิตและความต้องการของโครงการ ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างของขนาดที่สามารถพบได้ ไม่ได้หมายความว่าพื้นโกดังทุกแห่งควรเลือกขนาดเดียวกัน หน้าที่ของไวร์เมชภายในพื้นคอนกรีตต้องเป็นไปตามรายละเอียดการออกแบบ เช่น การใช้เป็นเหล็กเสริมและช่วยควบคุมพฤติกรรมการแตกร้าวของพื้นตามที่ออกแบบไว้ จึงไม่ควรเข้าใจว่าเพียงใส่ไวร์เมชลงในคอนกรีตแล้วจะสามารถป้องกันการแตกร้าวหรือการทรุดตัวได้ทุกกรณี
- ทำไมพื้นคลังสินค้าและโกดังจึงต้องเลือกไวร์เมชให้เหมาะสม?
พื้นคลังสินค้าอาจดูเหมือนเป็นพื้นคอนกรีตขนาดใหญ่ทั่วไป แต่ลักษณะการรับน้ำหนักจริงมีความซับซ้อนกว่านั้น ตัวอย่างเช่น สินค้าที่วางบนพื้นโดยตรงสร้างน้ำหนักกระจายรูปแบบหนึ่ง ขณะที่ชั้นวางสินค้าแบบ Rack สามารถรวมน้ำหนักสินค้าหลายระดับแล้วถ่ายลงพื้นผ่านขาของชั้นวางเพียงไม่กี่ตำแหน่ง ในขณะเดียวกัน รถโฟล์คลิฟท์สร้างน้ำหนักเคลื่อนที่และอาจวิ่งผ่านเส้นทางเดิมหลายครั้งต่อวัน หากเป็นคลังสินค้าสำหรับวัสดุก่อสร้าง เครื่องจักร ชิ้นส่วนโลหะ หรือสินค้าที่มีน้ำหนักมาก ลักษณะการรับน้ำหนักก็จะแตกต่างจากคลังสินค้าที่เก็บกล่องสินค้าน้ำหนักเบา ดังนั้น ก่อนเลือก ไวร์เมชพื้นโกดัง ต้องทราบก่อนว่าพื้นจะถูกใช้งานอย่างไร
พื้นคลังสินค้าควรใช้ไวร์เมชกี่มิล?
นี่เป็นหนึ่งในคำถามที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ไม่มีคำตอบว่า “ต้องใช้ 6 มม.” หรือ “ต้องใช้ 9 มม.” สำหรับทุกโกดัง ขนาดเส้นลวดเป็นเพียงหนึ่งตัวแปรของตะแกรงเหล็กไวร์เมชเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ไวร์เมชเส้นลวดขนาดเดียวกันแต่มีระยะช่องต่างกัน จะมีปริมาณเหล็กต่อพื้นที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาคุณสมบัติของเหล็กและรายละเอียดอื่นตามแบบด้วย การเลือกจึงควรดูข้อมูลอย่างน้อยดังนี้
- ขนาดเส้นลวด สิ่งที่ควรตรวจสอบตามแบบและ Specification
- ระยะช่อง สิ่งที่ควรตรวจสอบ เช่น 15 x 15, 20 x 20 ซม. หรือขนาดตามแบบ
- น้ำหนักสินค้า สิ่งที่ควรตรวจสอบ น้ำหนักกระจายและน้ำหนักสูงสุด
- Rack สิ่งที่ควรตรวจสอบ น้ำหนักและแรงที่ถ่ายลงขา Rack
- รถโฟล์คลิฟท์ สิ่งที่ควรตรวจสอบ น้ำหนักรถ น้ำหนักบรรทุก ประเภทล้อและความถี่
- ความหนาพื้น สิ่งที่ควรตรวจสอบ ตามการออกแบบ
- ชั้นรองพื้น สิ่งที่ควรตรวจสอบ สภาพดินและการบดอัด
- ตำแหน่งไวร์เมช สิ่งที่ควรตรวจสอบ ตามแบบและระยะหุ้มคอนกรีต
ดังนั้น คำถามที่เหมาะสมกว่าคำว่า “พื้นโกดังใช้ไวร์เมชกี่มิล” คือ “พื้นโกดังของเรามีน้ำหนักใช้งานเท่าไร และแบบกำหนดไวร์เมช Specification ใด?”
ปัจจัยสำคัญในการเลือกตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับคลังสินค้า
- น้ำหนักสินค้าที่จัดเก็บ
เริ่มจากประเมินประเภทสินค้า น้ำหนักต่อหน่วย น้ำหนักต่อพาเลท และปริมาณสูงสุดที่จะนำมาเก็บ ไม่ควรใช้เพียงน้ำหนักเฉลี่ย เนื่องจากบางโซนอาจถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่เก็บสินค้าหนักโดยเฉพาะ หากมีโอกาสเปลี่ยนประเภทสินค้าในอนาคต ข้อมูลดังกล่าวควรนำมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบพื้น
- รูปแบบของชั้นวางสินค้า
โกดังที่ใช้ Rack ต้องพิจารณาน้ำหนักที่ถ่ายลงบริเวณขาของชั้นวาง ไม่ใช่เพียงน้ำหนักสินค้าต่อพื้นที่ทั้งหมด Rack ที่มีความสูงหลายระดับสามารถเก็บสินค้าจำนวนมากในพื้นที่แนวราบขนาดเล็ก ทำให้เกิดแรงเฉพาะจุดบริเวณขา Rack จึงควรมี Layout ของชั้นวางประกอบการออกแบบพื้นตั้งแต่ต้น
- น้ำหนักและการใช้งานรถโฟล์คลิฟท์
รถโฟล์คลิฟท์เป็นอีกข้อมูลสำคัญของพื้นคลังสินค้า ควรทราบทั้งน้ำหนักตัวรถ น้ำหนักบรรทุกสูงสุด ลักษณะล้อ และเส้นทางการวิ่ง โดยเฉพาะบริเวณรับสินค้า ทางเดินหลัก และพื้นที่กลับรถซึ่งอาจถูกใช้งานซ้ำมากกว่าบริเวณอื่น หากในอนาคตมีแผนเปลี่ยนเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ก็ควรแจ้งผู้ออกแบบก่อนสร้างพื้น
- ความหนาของพื้นคอนกรีต
การเพิ่มขนาดไวร์เมชไม่ใช่วิธีทดแทนความหนาของพื้นโดยอัตโนมัติ พื้นคอนกรีตต้องถูกพิจารณาเป็นระบบเดียวกัน ทั้งความหนา คุณสมบัติคอนกรีต เหล็กเสริม ชั้นรองรับ และน้ำหนักใช้งาน จึงไม่ควรลดความหนาของคอนกรีตแล้วเพิ่มไวร์เมชให้ใหญ่ขึ้นโดยไม่มีการคำนวณรองรับ
- สภาพดินและชั้นรองพื้น
พื้นคลังสินค้าจำนวนมากเป็นพื้นคอนกรีตที่ทำงานร่วมกับชั้นรองรับด้านล่าง หากชั้นดินหรือวัสดุรองพื้นเกิดการทรุดตัวไม่สม่ำเสมอ พื้นด้านบนก็อาจเกิดความเสียหายได้ การเตรียม Subgrade และ Subbase จึงมีความสำคัญไม่แพ้การเลือกไวร์เมช โดยเฉพาะโกดังที่สร้างบนพื้นที่ถมใหม่ ควรมีการประเมินสภาพดินและดำเนินการบดอัดตามข้อกำหนดของโครงการ
- รอยต่อของพื้น
พื้นคลังสินค้ามักมีพื้นที่หลายร้อยหรือหลายพันตารางเมตร จึงต้องวางแผน Joint ให้สัมพันธ์กับพฤติกรรมของคอนกรีตและการใช้งาน ตำแหน่งรอยต่อยังอาจสัมพันธ์กับทางวิ่งของรถโฟล์คลิฟท์และ Layout ของ Rack ไวร์เมชไม่สามารถทดแทนการออกแบบรอยต่อที่เหมาะสมได้ ดังนั้นทั้งสองเรื่องต้องได้รับการพิจารณาร่วมกัน
- Specification และมาตรฐานของไวร์เมช
เมื่อวิศวกรออกแบบเสร็จแล้ว ฝ่ายจัดซื้อควรส่ง Specification ทั้งชุดให้ผู้จำหน่าย ไม่ควรแจ้งเพียงว่า “ต้องการไวร์เมช 6 มม.” ควรระบุขนาดเส้นลวด ระยะช่อง ขนาดสินค้า คุณสมบัติหรือมาตรฐาน ปริมาณ และรายละเอียดอื่นที่แบบกำหนด วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับสินค้าที่ขนาดเส้นลวดถูกต้องแต่ระยะช่องหรือรายละเอียดอื่นไม่ตรงกับโครงการ
ไวร์เมช 6 มม. กับ 9 มม. แบบไหนเหมาะกับพื้นโกดัง?
หากพิจารณาเฉพาะเส้นผ่านศูนย์กลาง ลวด 9 มม. ย่อมมีพื้นที่หน้าตัดต่อเส้นมากกว่า 6 มม. แต่ไม่ได้หมายความว่า ไวร์เมช 9 มม. เป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับทุกโกดัง ต้องดูระยะช่อง คุณสมบัติวัสดุ และปริมาณเหล็กที่ผู้ออกแบบต้องการด้วย ตัวอย่างเช่น การเปรียบเทียบตะแกรงสองรายการโดยดูเฉพาะขนาดลวด แต่ไม่ดูระยะช่อง เป็นการเปรียบเทียบที่ยังไม่ครบถ้วน หากวิศวกรคำนวณแล้วกำหนด Specification หนึ่งไว้ การเลือกสินค้าที่มีขนาดใหญ่กว่าเองอาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น และอาจกระทบรายละเอียดการติดตั้งอื่น หลักที่เหมาะสมจึงเป็น ใช้ขนาดที่ผ่านการออกแบบ ไม่ใช่เลือกขนาดใหญ่ที่สุด ตะแกรงเหล็กไวร์เมชแบบแผงหรือแบบม้วนเหมาะกับคลังสินค้า? ไวร์เมชสามารถมีทั้งรูปแบบแผงและม้วน ขึ้นอยู่กับขนาดเส้นลวดและประเภทของผลิตภัณฑ์ แบบแผงมีรูปทรงคงที่ สามารถจัด Layout ในพื้นที่กว้างและควบคุมแนวของตะแกรงได้ชัดเจน ส่วนแบบม้วนสามารถคลี่ต่อเนื่องได้และอาจเหมาะกับ Specification บางประเภท แต่การเลือกรูปแบบไม่ควรดูเฉพาะความสะดวกในการติดตั้ง หากแบบกำหนด Specification ไว้แล้ว ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามรายละเอียดนั้น และไม่ควรเปลี่ยนจากแผงเป็นม้วนหรือจากม้วนเป็นแผงโดยไม่ได้ตรวจสอบความเหมาะสม
วิธีวางไวร์เมชก่อนเทพื้นคลังสินค้า
หลังจากเลือกตะแกรงตรง Specification แล้ว ขั้นตอนติดตั้งมีความสำคัญไม่แพ้กัน เริ่มจากตรวจสอบชั้นรองพื้น ระดับ งานระบบ แบบหล่อ และบริเวณช่องเปิดให้เรียบร้อยก่อนวางตะแกรง จากนั้นจัดไวร์เมชตาม Layout และใช้ Spacer ลูกปูน เก้าอี้เหล็ก หรืออุปกรณ์รองรับที่เหมาะสม เพื่อควบคุมระดับของตะแกรงตามแบบ ไม่ควรวางไวร์เมชติดกับชั้นรองพื้นแล้วใช้วิธีดึงขึ้นขณะเทคอนกรีต เพราะไม่สามารถรับประกันได้ว่าตะแกรงจะอยู่ในระดับเดียวกันตลอดพื้นที่ บริเวณที่ต้องต่อแผงควรจัดระยะทาบและยึดตามรายละเอียดของโครงการ ไม่ควรกำหนดระยะทาบจากความเคยชินเพียงอย่างเดียว ก่อนเทคอนกรีตควรให้ผู้ควบคุมงานตรวจตำแหน่ง ระดับ Spacer รอยต่อ และสภาพของไวร์เมชอีกครั้ง
- ไวร์เมชควรวางตรงกลางพื้นคอนกรีตหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องอยู่กึ่งกลางพื้นทุกกรณี ตำแหน่งของตะแกรงขึ้นอยู่กับหน้าที่ของเหล็กเสริมและรายละเอียดการออกแบบ วิศวกรอาจกำหนดตำแหน่งแตกต่างกันตามระบบพื้นและลักษณะการรับแรง ดังนั้น คำแนะนำว่า “วางไวร์เมชตรงกลางคอนกรีตไว้ก่อน” ไม่ใช่หลักที่ควรนำไปใช้กับทุกโครงการ ควรตรวจตำแหน่งจากแบบและเลือกความสูงของ Spacer ให้สัมพันธ์กับระดับดังกล่าว รวมถึงควบคุมระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กตามข้อกำหนด
- ไวร์เมชช่วยป้องกันพื้นโกดังแตกร้าวได้ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ได้ ไวร์เมชสามารถเป็นส่วนหนึ่งของระบบเหล็กเสริมและการควบคุมรอยแตกร้าวตามการออกแบบ แต่รอยแตกร้าวของคอนกรีตเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การหดตัว การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ การทรุดของชั้นรองพื้น การบ่มไม่เหมาะสม การรับน้ำหนัก หรือรายละเอียดรอยต่อ ดังนั้น การใส่ไวร์เมชไม่ได้หมายความว่าพื้นจะไม่มีรอยแตกร้าวตลอดอายุการใช้งาน การทำพื้นโกดังที่มีคุณภาพต้องพิจารณาตั้งแต่ฐานรองรับ คอนกรีต เหล็กเสริม Joint วิธีเท ไปจนถึงการบ่มหลังเท
วิธีคำนวณจำนวนไวร์เมชสำหรับคลังสินค้า
การประเมินจำนวนไม่ควรนำพื้นที่คลังสินค้าหารด้วยพื้นที่ของไวร์เมชหนึ่งแผงแล้วสั่งตามตัวเลขนั้นทันที เพราะการติดตั้งจริงต้องมีพื้นที่สำหรับรอยทาบ รวมถึงการตัดบริเวณเสา ฐาน Rack ฐานเครื่องจักร บ่อพัก และขอบอาคาร สำหรับคลังสินค้าขนาดใหญ่ควรทำ Layout การวางแผงก่อนสั่งซื้อ เพื่อดูว่าแต่ละแผงจะถูกวางอย่างไร จุดใดมีรอยต่อ และบริเวณใดเกิดเศษจากการตัด นอกจากช่วยประมาณจำนวนสินค้าแล้ว Layout ยังช่วยวางแผนการขนส่งและลำดับการติดตั้งได้อีกด้วย เลือกซื้อไวร์เมชสำหรับโกดัง อย่าดูราคาต่อแผงอย่างเดียว การเปรียบเทียบราคาควรเริ่มจาก Specification เดียวกัน หากร้านหนึ่งเสนอไวร์เมชขนาดเส้นลวด 6 มม. ช่อง 15 x 15 ซม. ขณะที่อีกร้านเป็น 6 มม. ช่อง 20 x 20 ซม. แม้ชื่อขนาดเส้นลวดเหมือนกัน แต่สินค้าไม่ใช่ Specification เดียวกัน นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาขนาดแผง คุณสมบัติวัสดุ มาตรฐาน ปริมาณ และค่าขนส่ง สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ควรเปรียบเทียบ ต้นทุนรวมที่สินค้าไปถึงหน้างานและพร้อมติดตั้ง มากกว่าพิจารณาราคาต่อแผงเพียงตัวเลขเดียว
เลือกตะแกรงเหล็กไวร์เมชจาก บริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด
สำหรับเจ้าของคลังสินค้า โรงงาน ผู้รับเหมา บริษัทก่อสร้าง หรือฝ่ายจัดซื้อที่กำลังมองหา ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับเทพื้นคลังสินค้าหรือโกดัง สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์จาก บริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด เพื่อให้การตรวจสอบสินค้าทำได้ตรงกับโครงการ ควรเตรียมข้อมูลดังนี้ ขนาดเส้นลวดตามแบบ ระยะช่องตะแกรง ขนาดและรูปแบบสินค้า จำนวนหรือพื้นที่ใช้งาน Specification หรือ BOQ มาตรฐานที่โครงการกำหนด จังหวัดและสถานที่จัดส่ง กำหนดวันที่ต้องการใช้วัสดุ หากเป็นโครงการพื้นที่หลายพันตารางเมตร ควรแจ้งปริมาณและแผนการเทพื้นแต่ละช่วงเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการวางแผนการสั่งซื้อและจัดส่ง การนำแบบหรือ BOQ มาประกอบการสอบถามยังช่วยลดความผิดพลาดจากการสั่งสินค้าโดยระบุเพียงขนาดลวด และช่วยให้ฝ่ายจัดซื้อสามารถเปรียบเทียบราคาโดยใช้ Specification เดียวกัน ส่วนกรณีที่ยังไม่มีการกำหนดขนาดไวร์เมช ควรให้วิศวกรผู้ออกแบบพิจารณาน้ำหนักและระบบพื้นก่อน แล้วจึงนำ Specification ที่ได้มาสอบถามผลิตภัณฑ์กับ บริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด
สรุป เลือกตะแกรงเหล็กไวร์เมชเทพื้นคลังสินค้าหรือโกดังอย่างไร?Text Here
หัวใจของการเลือก ตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับพื้นคลังสินค้า คือการเลือกจากลักษณะการใช้งานจริงและ Specification ไม่ใช่เลือกจากขนาดเส้นลวดที่ใหญ่ที่สุดหรือราคาที่ต่ำที่สุด ควรพิจารณาน้ำหนักสินค้า Rack รถโฟล์คลิฟท์ เครื่องจักร ความหนาพื้น สภาพดิน ชั้นรองพื้น รอยต่อ และคุณสมบัติคอนกรีตร่วมกัน ก่อนให้วิศวกรกำหนดขนาดเส้นลวด ระยะช่อง และตำแหน่งเหล็กเสริม หลังจากได้ Specification แล้ว ต้องตรวจสอบสินค้าให้ตรงแบบและติดตั้งด้วย Spacer ในระดับที่กำหนด พร้อมควบคุมรอยต่อและตำแหน่งตะแกรงก่อนและระหว่างเทคอนกรีต สำหรับผู้ที่ต้องการ ไวร์เมชพื้นโกดัง ไวร์เมชเทพื้นคลังสินค้า หรือตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับงานก่อสร้าง สามารถสอบถามรายละเอียดผลิตภัณฑ์กับ บริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด พร้อมแจ้ง Specification ปริมาณ สถานที่จัดส่ง และกำหนดใช้งาน เพื่อช่วยให้การเลือกสินค้าและวางแผนจัดซื้อสอดคล้องกับโครงการมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตะแกรงเหล็กไวร์เมชสำหรับคลังสินค้าและโกดัง (FAQ)
1. พื้นคลังสินค้าควรใช้ไวร์เมชกี่มิล?
ไม่มีขนาดเดียวที่เหมาะกับทุกคลังสินค้า ต้องพิจารณาน้ำหนักสินค้า Rack รถโฟล์คลิฟท์ เครื่องจักร ความหนาพื้น ระยะช่อง และชั้นรองรับร่วมกัน ขนาดที่เหมาะสมควรเป็นไปตามการออกแบบและ Specification ของวิศวกร
2. ไวร์เมช 6 มม. ใช้เทพื้นโกดังได้หรือไม่?
สามารถใช้ได้หากแบบของโครงการกำหนด Specification ดังกล่าว แต่การระบุเพียง 6 มม. ยังไม่เพียงพอ ต้องตรวจสอบระยะช่อง คุณสมบัติวัสดุ และรายละเอียดการติดตั้งร่วมด้วย
3. พื้นโกดังที่มีรถโฟล์คลิฟท์ต้องใช้ไวร์เมช 9 มม. หรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป ต้องพิจารณาน้ำหนักรถ น้ำหนักบรรทุก ประเภทล้อ ความถี่ในการวิ่ง ความหนาพื้น และระบบฐานรองรับก่อน จึงไม่ควรกำหนด 9 มม. เพียงเพราะมีรถโฟล์คลิฟท์
4. ตะแกรงเหล็กไวร์เมชแบบแผงกับแบบม้วน แบบไหนเหมาะกับคลังสินค้า?
ขึ้นอยู่กับ Specification และการจัดการหน้างาน แบบแผงจัด Layout และควบคุมแนวได้ชัดเจน ส่วนแบบม้วนเหมาะกับผลิตภัณฑ์และพื้นที่บางประเภท ควรเลือกจากคุณสมบัติที่แบบต้องการ ไม่ใช่ความสะดวกเพียงอย่างเดียว
5. ไวร์เมชสามารถป้องกันพื้นคลังสินค้าแตกร้าวได้ทั้งหมดหรือไม่?
ไม่สามารถรับประกันว่าพื้นจะไม่มีรอยแตกร้าว เพราะรอยแตกเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น การหดตัวของคอนกรีต การทรุดของฐานรองรับ การบ่ม รอยต่อ อุณหภูมิ และการรับน้ำหนัก ไวร์เมชเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของระบบพื้นตามการออกแบบ
6. วางไวร์เมชติดพื้นแล้วดึงขึ้นตอนเทคอนกรีตได้หรือไม่?
ไม่ควรใช้วิธีนี้เป็นหลัก เพราะควบคุมระดับของตะแกรงให้สม่ำเสมอได้ยาก ควรใช้ Spacer ลูกปูน หรืออุปกรณ์รองรับที่เหมาะสมเพื่อกำหนดตำแหน่งไวร์เมชตามแบบตั้งแต่ก่อนเทคอนกรีต
7. ต้องการซื้อไวร์เมชสำหรับคลังสินค้าจากบริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
ควรเตรียมขนาดเส้นลวด ระยะช่อง ขนาดและรูปแบบสินค้า จำนวนหรือพื้นที่ใช้งาน Specification หรือ BOQ มาตรฐานของโครงการ สถานที่จัดส่ง และกำหนดวันที่ต้องการใช้วัสดุ หากเป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่ควรแจ้งแผนการเทพื้นแต่ละช่วงเพิ่มเติม เพื่อช่วยวางแผนการสั่งซื้อและจัดส่งให้สัมพันธ์กับงานก่อสร้าง
ใส่ความเห็น