wiremeshkks.com

ขนาดของไวร์เมชที่ดีที่สุดสำหรับงานก่อสร้าง

ขนาดของไวร์เมชที่ดีที่สุดสำหรับงานก่อสร้าง

ขนาดของไวร์เมชที่ดีที่สุดสำหรับงานก่อสร้าง ในการทำงานก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นงานโครงสร้างพื้นฐาน อาคารพาณิชย์ บ้านพักอาศัย หรือโครงการสาธารณะต่าง ๆ “เหล็กไวร์เมช” ถือว่าเป็นวัสดุที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากไวร์เมช (Wire Mesh) เป็นตะแกรงเหล็กที่ผ่านการเชื่อมเป็นแผ่นด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย มีระยะห่างของเส้นลวดที่เท่ากันและมีมาตรฐาน ทำให้สามารถกระจายแรงได้ดีและลดระยะเวลาในการทำงานเมื่อเทียบกับการผูกเหล็กเส้นแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม “ขนาดของไวร์เมช” มีหลายประเภท การเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงานจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะส่งผลต่อความแข็งแรง ความปลอดภัย รวมถึงต้นทุนโดยตรง เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับขนาดของไวร์เมชที่นิยมใช้ในงานก่อสร้าง วิธีการเลือกขนาดที่เหมาะสม และคำแนะนำในการใช้งานจริงเพื่อให้งานก่อสร้างมีคุณภาพสูงสุด ความหมายและคุณสมบัติของไวร์เมช ไวร์เมช (Wire Mesh) คือ ตะแกรงเหล็กที่ผลิตจากลวดเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง นำมาผ่านกระบวนการรีดเย็นให้ได้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตามต้องการ แล้วเชื่อมติดกันเป็นตารางสี่เหลี่ยมโดยใช้ไฟฟ้า ทำให้เกิดโครงสร้างที่แข็งแรงและมีความสม่ำเสมอ ข้อดีของไวร์เมชที่ทำให้ได้รับความนิยมในงานก่อสร้าง ได้แก่ ความแข็งแรงสูง การเชื่อมด้วยเครื่องจักรทำให้แนวตัดกันของเหล็กยึดติดแน่น ไม่หลุดง่าย มาตรฐานสม่ำเสมอ ระยะห่างและขนาดของเส้นเหล็กเท่ากันทุกแผ่น ไม่ผิดเพี้ยน ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการผูกเหล็กเส้นแบบดั้งเดิม ลดต้นทุนแรงงาน ไม่ต้องใช้คนงานจำนวนมากสำหรับการผูกเหล็ก ทนทานต่อแรงกดและแรงดึง เหมาะกับงานคอนกรีตเสริมเหล็กหลายประเภท 

ประเภทและขนาดของไวร์เมช

โดยทั่วไป ไวร์เมชจะถูกระบุด้วย ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของลวด (mm) และ ระยะห่างของตาราง (cm) เช่น “6@20” หมายถึง ไวร์เมชที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 6 มิลลิเมตร และช่องตารางห่างกัน 20 เซนติเมตร ขนาดที่นิยมใช้มีดังนี้ ขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 มม.) เช่น 4@20, 5@20 ใช้ในงานที่รับน้ำหนักไม่มาก เช่น พื้นทางเดินเล็ก ๆ, งานเทพื้นรอบบ้าน, งานพื้นโรงจอดรถเล็ก ขนาดกลาง (เส้นผ่านศูนย์กลาง 6-7 มม.) เช่น 6@20, 7@20 นิยมมากที่สุดสำหรับงานพื้นบ้านทั่วไป คอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่รับน้ำหนักมากเกินไป ใช้กับพื้นบ้านชั้นเดียว พื้นลานจอดรถที่รับน้ำหนักรถยนต์ปกติ ขนาดใหญ่ (เส้นผ่านศูนย์กลาง 8-12 มม.) เช่น 8@20, 9@20, 10@20 หรือมากกว่า ใช้สำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง เช่น พื้นโรงงาน โกดัง พื้นถนน พื้นคอนกรีตที่ต้องรับน้ำหนักรถบรรทุกหรือเครื่องจักรหนัก วิธีเลือกขนาดของไวร์เมชที่ดีที่สุด การเลือกขนาดของไวร์เมชที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะงานก่อสร้างเป็นหลัก หากเลือกไม่ถูกต้องอาจทำให้โครงสร้างไม่แข็งแรงหรือสิ้นเปลืองต้นทุนโดยไม่จำเป็น ดังนี้ งานพื้นบ้านทั่วไป แนะนำ ไวร์เมช 6@20 หรือ 6@25 ขนาดนี้แข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งานประจำวัน รองรับการเดินเหิน เฟอร์นิเจอร์ และรถยนต์ทั่วไป งานพื้นโรงรถ พื้นที่ต้องรับน้ำหนักรถยนต์บ่อย ๆ แนะนำ ไวร์เมช 7@20 หรือ 8@20 เพิ่มความหนาแน่นของโครงสร้างเพื่อรองรับแรงกดจากล้อรถ งานถนนภายในโครงการหรือพื้นโรงงาน แนะนำ ไวร์เมช 9@20 หรือ 10@20 รองรับน้ำหนักรถบรรทุกหรือเครื่องจักรขนาดใหญ่ งานเสริมกำแพงกันดินหรือโครงสร้างพิเศษ อาจใช้ ไวร์เมช 12@20 หรือขนาดใหญ่กว่านี้ เพื่อเพิ่มความทนทานและป้องกันการแตกร้าวของคอนกรีต

เคล็ดลับการใช้งานไวร์เมชให้มีประสิทธิภาพ

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาในการเลือกนอกจากขนาดและประเภทของไวร์เมชแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ควรคำนึงถึง ได้แก่ มาตรฐานการผลิต ควรเลือกไวร์เมชที่ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพ งบประมาณ ขนาดใหญ่เกินความจำเป็นอาจทำให้ต้นทุนสูงโดยไม่จำเป็น การใช้งานระยะยาว หากพื้นที่มีโอกาสใช้งานหนัก ควรเลือกขนาดที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปเพื่อความมั่นคง ความหนาของคอนกรีต หากพื้นมีความหนาไม่มาก ควรใช้ไวร์เมชที่มีเส้นเล็กลงเพื่อให้คอนกรีตครอบคลุมได้ทั่วถึง เคล็ดลับการใช้งานไวร์เมชให้มีประสิทธิภาพ เว้นระยะ Cover Concrete ต้องวางไวร์เมชให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม โดยมีคอนกรีตครอบคลุมด้านบนอย่างน้อย 3-5 ซม. เพื่อป้องกันการเกิดสนิม ต่อทับซ้อน (Lap) ที่ได้มาตรฐาน เมื่อต้องต่อแผ่นไวร์เมช ควรทับซ้อนกันอย่างน้อย 1 ช่องหรือ 20 ซม. ตรวจสอบก่อนเทคอนกรีต ต้องมั่นใจว่าไวร์เมชถูกยกขึ้นจากพื้นด้วยลูกปูนรอง (Spacer) เพื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่วางราบกับพื้นโดยตรง เลือกความหนาของคอนกรีตให้เหมาะสม แม้จะเลือกไวร์เมชที่ดี แต่หากคอนกรีตบางเกินไปก็จะเกิดการแตกร้าวได้ ขนาดของไวร์เมชที่ดีที่สุดสำหรับงานก่อสร้าง

การเลือกใช้ไวร์เมชในงานก่อสร้างไม่ใช่แค่การเลือกขนาดใดขนาดหนึ่งแบบสุ่ม แต่ต้องอิงตาม ลักษณะงาน และ ความต้องการด้านความแข็งแรง หากเลือกขนาดเหมาะสม จะช่วยให้งานคอนกรีตแข็งแรง ทนทาน ปลอดภัย และคุ้มค่ากับต้นทุนที่จ่ายไป โดยสรุปแล้ว ขนาดที่นิยมและถือว่าดีที่สุดสำหรับงานพื้นบ้านทั่วไปคือ ไวร์เมช 6@20 เพราะมีความสมดุลระหว่างความแข็งแรงและต้นทุน แต่หากงานมีลักษณะต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ก็ควรขยับไปใช้ขนาดที่ใหญ่กว่าเพื่อความมั่นใจในระยะยาว

Wire Mesh, ไวร์เมช, ไวร์เมชเทพื้น, จำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมช, จำหน่ายรั้วตาข่าย, จำหน่ายรั้วตาข่ายถักปม, จำหน่ายลวดตาข่าย, จำหน่ายลวดถักปม, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช Wire Mesh, ตะแกรงไวร์เมช, ตาข่ายกรงไก่, รั้วไร่นา, รั้วตาข่ายถัก Chainlink, รั้วล้อมคอกสัตว์, ลวดตะแกรงตัวหนอน, ลวดล้อมคอกสัตว์, 4@20, 6@20, 9@20

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *