Wire Mesh มาตรฐานอุตสาหกรรม
nextbackseo@gmail.com | Posted on |
Table of Contents
ToggleWire Mesh มาตรฐานอุตสาหกรรม
Wire Mesh มาตรฐานอุตสาหกรรม ลักษณะของ Wire Mesh ที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม สามารถสร้างตึกสูงได้ ในงานก่อสร้างตึกสูง โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นหัวใจสำคัญที่รับแรงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแรงกดจากน้ำหนักอาคาร แรงดึงจากลม หรือแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว องค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้โครงสร้างมีความแข็งแรงและปลอดภัยคือ Wire Mesh หรือลวดตาข่ายเชื่อม (Welded Wire Reinforcement) ที่ใช้เสริมกำลังในพื้น ผนัง และส่วนประกอบต่างๆ ของอาคาร อธิบายลักษณะของ Wire Mesh ที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและสามารถนำไปใช้สร้างตึกสูงได้อย่างปลอดภัย Wire Mesh คืออะไร บทบาทในงานตึกสูง Wire Mesh หรือ Welded Wire Reinforcement (WWR) คือผลิตภัณฑ์เหล็กเสริมที่เกิดจากการนำลวดเหล็กกล้าที่มีผิวเรียบหรือผิวเป็นรอยหยัก (deformed) มาจัดเรียงในแนวตั้งฉากกันเป็นตารางสี่เหลี่ยม แล้วเชื่อมจุดตัดด้วยระบบไฟฟ้าจนแข็งแรง โครงสร้างตาข่ายนี้ช่วยให้คอนกรีตซึ่งมีความแข็งแรงในการรับแรงกดสูง แต่มีความต้านทานแรงดึงต่ำ
สามารถรับแรงดึง แรงเฉือน และแรงกระแทกได้ดีขึ้น ในงานตึกสูง Wire Mesh ถูกนำไปใช้ในส่วนต่างๆ เช่น พื้นโครงสร้าง (Structural Slabs) ช่วยกระจายแรงทั่วแผ่น ลดการเกิดรอยแตกร้าวจากแรงหดตัวและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ผนังรับแรง (Structural Walls) โดยเฉพาะในอาคารที่ต้องต้านทานแรงแผ่นดินไหว ฐานราก (Foundations) เสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างส่วนล่างที่รับน้ำหนักอาคารทั้งหลัง มาตรฐานอุตสาหกรรมที่ Wire Mesh ต้องผ่าน Wire Mesh ที่จะนำไปใช้ในงานตึกสูงต้องผ่านการรับรองมาตรฐานที่กำหนดโดยองค์กรระดับสากล มาตรฐานเหล่านี้เป็นเครื่องรับประกันว่าวัสดุมีคุณสมบัติเชิงกลที่เหมาะสมและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย Wire Mesh มาตรฐานอุตสาหกรรม
- มาตรฐาน ASTM A1064/A1064M หัวใจของ Wire Mesh ระดับสากล
ASTM A1064/A1064M เป็นมาตรฐานสำคัญที่ใช้สำหรับลวดเหล็กกล้าและลวดตาข่ายเชื่อมสำหรับงานคอนกรีต ไม่ว่าจะเป็นลวดผิวเรียบหรือผิวเป็นรอยหยัก มาตรฐานนี้มีข้อดีคือรวมข้อมูลจากมาตรฐานเดิม 4 ฉบับ (A82, A185, A496, A497) เข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถอ้างอิงมาตรฐานเดียวสำหรับงานที่ต้องใช้ Wire Mesh ข้อกำหนดสำคัญใน ASTM A1064 กำลังคราก (Yield Strength) ลวดต้องมีกำลังครากขั้นต่ำตามที่กำหนด โดยทั่วไปสำหรับงานตึกสูงมักต้องการเกรด 500 MPa หรือสูงกว่า เพื่อให้สามารถรับแรงดึงได้ดี ความสามารถในการเชื่อม การเชื่อมจุดตัดต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ ไม่หลุดร่อนระหว่างการขนย้ายหรือการเทคอนกรีต ความสม่ำเสมอของรูปทรง ช่องตาข่ายต้องมีระยะห่างคงที่ตามแบบที่ออกแบบ
- มาตรฐานการทดสอบที่เกี่ยวข้อง
นอกจากมาตรฐานวัสดุแล้ว Wire Mesh ที่ใช้ในงานโครงสร้างสำคัญควรผ่านการทดสอบตามข้อกำหนดต่อไปนี้ การทดสอบแรงดึง (Tensile Testing) ตรวจสอบกำลังครากและกำลังสูงสุดของลวด ตาม ASTM A1064 การทดสอบแรงเฉือนของจุดเชื่อม (Shear Testing) ตรวจสอบความแข็งแรงของจุดเชื่อมระหว่างเส้นลวดแนวตั้งและแนวนอน การตรวจสอบการเคลือบผิว หากเป็น Wire Mesh ที่เคลือบสังกะสีเพื่อป้องกันสนิม ต้องผ่านมาตรฐาน ASTM A123 หรือ A153 ในการตรวจสอบความหนาของชั้นเคลือบ
ลักษณะจำเพาะของ Wire Mesh
ลักษณะจำเพาะของ Wire Mesh สำหรับงานตึกสูง ขนาดเส้นลวด (Wire Diameter) Wire Mesh สำหรับงานตึกสูงมักใช้ลวดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 6.5 มิลลิเมตร (D6.5) ขึ้นไป จนถึง 25.5 มิลลิเมตร (D25.5) ขึ้นอยู่กับความต้องการรับแรงของโครงสร้าง ขนาดที่พบได้บ่อย เช่น D6.5 D10 ใช้ในงานพื้นและผนังที่รับแรงปานกลาง D12 D16 ใช้ในงานฐานรากและพื้นรับน้ำหนักมาก D20 D25.5 ใช้ในงานโครงสร้างหลักและงานที่ต้องการความแข็งแรงสูงเป็นพิเศษ ระยะห่างของช่องตาข่าย (Spacing) ระยะห่างของเส้นลวดในตาข่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการรับแรงและการควบคุมรอยแตกร้าว มาตรฐานทั่วไปที่ใช้ในงานตึกสูงมีระยะห่างตั้งแต่ 100 มิลลิเมตรถึง 300 มิลลิเมตร ตัวอย่างรุ่นที่นิยมในงานโครงสร้าง A252 Mesh เส้นลวดขนาด 8 มม. ระยะห่าง 200 มม. มีพื้นที่หน้าตัดเหล็ก 252 ตร.มม. ต่อเมตร ใช้ในงานพื้นรับน้ำหนักปานกลางถึงมาก RebarLite Mesh™ ดีไซน์พิเศษให้ใช้เหล็กน้อยลงแต่รับแรงได้เทียบเท่าตะแกรงเหล็กเส้นแบบดั้งเดิม Wire Mesh มาตรฐานอุตสาหกรรม
รูปทรงของลวด (Plain vs. Deformed) Wire Mesh ที่ได้มาตรฐานสำหรับงานตึกสูงควรใช้ ลวดผิวเป็นรอยหยัก (Deformed Wire) เพราะรอยหยักบนผิวช่วยเพิ่มการยึดเกาะ (Bond) ระหว่างเหล็กกับคอนกรีต ป้องกันการเคลื่อนตัวของเหล็กเมื่อรับแรงดึง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับโครงสร้างที่ต้องรับแรงสูง การเคลือบผิว (Coating) เพื่อป้องกันการกัดกร่อน โดยเฉพาะในอาคารที่อยู่ใกล้ทะเลหรือในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง Wire Mesh มักผ่านการเคลือบผิว เช่น การชุบสังกะสีแบบจุ่มร้อน (Hot-dip Galvanized) ให้ความต้านทานการกัดกร่อนสูง การเคลือบอีพ็อกซี (Epoxy Coated) เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานต่อสารเคมี
ความสามารถในการรับแรงในงานตึกสูง
ความสามารถในการรับแรงในงานตึกสูง Wire Mesh ที่ได้มาตรฐานไม่เพียงช่วยควบคุมรอยแตกร้าวจากแรงหดตัวของคอนกรีต แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการรับแรงโครงสร้างหลัก การรับแรงดึง ด้วยกำลังครากที่สูงถึง 500 MPa หรือมากกว่า ทำให้ Wire Mesh สามารถรับแรงดึงแทนคอนกรีตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความเหนียว (Ductility) งานวิจัยพบว่าผนังคอนกรีตที่เสริมด้วย Wire Mesh ที่ผ่านการรีดร้อน (hot-rolled) มีความเหนียวเพียงพอสำหรับการใช้งานในพื้นที่เสี่ยงแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม งานวิจัยระบุว่า Wire Mesh ที่ผ่านการรีดเย็น (cold-drawn) แบบดั้งเดิมอาจไม่เหมาะสมกับงานต้านทานแผ่นดินไหว การกระจายแรง โครงสร้างตาข่ายที่สม่ำเสมอช่วยกระจายแรงให้ทั่วแผ่น ลดความเข้มข้นของแรงที่จุดใดจุดหนึ่ง
ป้องกันการเกิดรอยแตกเฉพาะจุด การติดตั้งและการตรวจสอบที่ถูกต้อง Wire Mesh คุณภาพสูงจะไม่มีประโยชน์หากติดตั้งไม่ถูกต้อง หลักปฏิบัติที่สำคัญมีดังนี้ การเหลื่อมทับ (Lap Splice) การต่อแผ่นต้องเหลื่อมกันตามข้อกำหนดของมาตรฐาน เช่น Class B lap splices ตาม CSA A23.3 หรือเหลื่อมอย่างน้อย 1 ช่องตาข่าย ความหนาคอนกรีตหุ้ม (Concrete Cover) ควรมีระยะห่างจากผิวคอนกรีตไม่น้อยกว่า 25-40 มม. เพื่อป้องกันการกัดกร่อนและให้เกิดการยึดเกาะที่สมบูรณ์ การรองรับ (Support) ใช้ตัวรองรับ (spacers หรือ chairs) เพื่อให้ตาข่ายอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่จมลงไปที่ก้นแบบหล่อ Wire Mesh มาตรฐานอุตสาหกรรม
Wire Mesh ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน
Wire Mesh ที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมและสามารถนำไปใช้สร้างตึกสูงได้ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดสำคัญดังนี้ ผ่านมาตรฐาน ASTM A1064/A1064M ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลสำหรับลวดเหล็กและลวดตาข่ายเชื่อมสำหรับงานคอนกรีต ใช้ลวดผิวเป็นรอยหยัก (Deformed) เพื่อการยึดเกาะกับคอนกรีตที่ดี มีกำลังครากขั้นต่ำ 500 MPa หรือสูงกว่า เพื่อรองรับแรงดึงในโครงสร้าง ระยะห่างของช่องตาข่ายสม่ำเสมอ และจุดเชื่อมมีความแข็งแรง ไม่หลุดร่อน ผ่านการทดสอบทางกล เช่น แรงดึงและแรงเฉือนของจุดเชื่อม ตามมาตรฐานสากล มีระบบป้องกันการกัดกร่อน โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นหรือละอองเกลือ การเลือกใช้ Wire Mesh ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กล่าวมา พร้อมการติดตั้งที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม
จะช่วยให้โครงสร้างตึกสูงมีความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัยตลอดอายุการใช้งาน การลงทุนในวัสดุที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทั้งในด้านความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน และการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
Wire Mesh, ไวร์เมช, ไวร์เมชเทพื้น, จำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมช, จำหน่ายรั้วตาข่าย, จำหน่ายรั้วตาข่ายถักปม, จำหน่ายลวดตาข่าย, จำหน่ายลวดถักปม, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช Wire Mesh, ตะแกรงไวร์เมช, ตาข่ายกรงไก่, รั้วไร่นา, รั้วตาข่ายถัก Chainlink, รั้วล้อมคอกสัตว์, ลวดตะแกรงตัวหนอน, ลวดล้อมคอกสัตว์, 4@20, 6@20, 9@20
ใส่ความเห็น