wiremeshkks.com

ไวร์เมช 9@20 สำหรับงานก่อสร้างแข็งแรง

ไวร์เมช 9@20 สำหรับงานก่อสร้างแข็งแรง

ไวร์เมช 9@20 สำหรับงานก่อสร้างแข็งแรง ไวร์เมช 9@20 ทางเลือกยอดนิยมสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรง ในวงการก่อสร้าง ไวร์เมช (Wire Mesh) หรือ เหล็กตะแกรง ถือเป็นวัสดุที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแรงให้กับคอนกรีต โดยเฉพาะในงานพื้น ถนน และผนัง ซึ่งในบรรดาขนาดของไวร์เมชที่นิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ไวร์เมช 9@20 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมที่ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความแข็งแรงและความคุ้มค่า บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับไวร์เมช 9@20 อย่างละเอียด เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไวร์เมช (Wire Mesh) หรือ เหล็กตะแกรง เป็นเหล็กเส้นกลมหรือเหล็กรีดที่นำมาเชื่อมกันเป็นตาราง เพื่อใช้เสริมกำลังให้กับโครงสร้างคอนกรีต โดยทั่วไปไวร์เมชมีลักษณะเป็นตารางสี่เหลี่ยม และสามารถผลิตได้หลายขนาดตามความต้องการในการใช้งาน ความหมายของ 9@20 คืออะไร คำว่า 9@20 เป็นการระบุคุณสมบัติหลักของไวร์เมช โดยมีความหมายดังนี้ 9 = เส้นผ่านศูนย์กลางของเหล็กแต่ละเส้น เท่ากับ 9 มิลลิเมตร @20 = ระยะห่างระหว่างเหล็กแต่ละเส้น (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน) เท่ากับ 20 เซนติเมตร ซึ่งหมายความว่า ไวร์เมช 9@20 คือไวร์เมชที่ใช้เหล็กขนาด 9 มม. เชื่อมกันเป็นช่องตารางที่มีระยะห่างกัน 20 ซม. ทั้งแนวตั้งและแนวนอน คุณสมบัติเด่นของไวร์เมช 9@20 ความแข็งแรงสูง เหล็กขนาด 9 มม. ถือว่ามีขนาดใหญ่พอสมควร จึงเหมาะกับงานที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น พื้นอาคาร พื้นโรงงาน หรือถนนคอนกรีต ความสม่ำเสมอในการผลิต ผลิตจากเครื่องจักรอัตโนมัติ ทำให้ระยะห่างของเส้นเหล็กและการเชื่อมประสานมีความแม่นยำสูง ไวร์เมช 9@20 สำหรับงานก่อสร้างแข็งแรง

ไวร์เมช 9@20 ลดความเสี่ยงของการเกิดรอยแตกร้าว

ลดปัญหาโครงสร้างผิดเพี้ยน ประหยัดเวลาในการติดตั้ง ไวร์เมชสามารถติดตั้งได้เร็วกว่าเหล็กเส้นผูกด้วยมือ ทำให้ช่วยลดเวลาและต้นทุนแรงงาน ลดความเสี่ยงของการเกิดรอยแตกร้าวในคอนกรีต เนื่องจากโครงสร้างของไวร์เมชช่วยกระจายแรงได้สม่ำเสมอ ขนาดมาตรฐานของไวร์เมช 9@20 โดยทั่วไปไวร์เมชจะมีขนาดมาตรฐานแผ่น ขนาดแผ่น 2.0 เมตร x 6.0 เมตร น้ำหนักต่อแผ่น (โดยประมาณ) 35–40 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับความยาวและความหนาของเส้นเหล็ก การใช้งานไวร์เมช 9@20 เนื่องจากมีความแข็งแรงสูงและติดตั้งง่าย ไวร์เมช 9@20 จึงถูกนำไปใช้อย่างกว้างขวางในงานก่อสร้างประเภทต่างๆ เช่น พื้นโรงงานอุตสาหกรรม พื้นคอนกรีตเสริมเหล็กที่รับน้ำหนักมาก ลานจอดรถ พื้นถนนภายในโครงการ ฐานรากและพื้นชั้นล่างของอาคาร ข้อดีของไวร์เมช 9@20 ประหยัดเวลาและแรงงาน ไม่ต้องผูกเหล็กด้วยมือ ความแม่นยำสูง ได้มาตรฐานโรงงาน ลดความผิดพลาดในการวางเหล็ก ประสิทธิภาพการกระจายแรง ช่องตารางที่สม่ำเสมอช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดี ลดต้นทุนระยะยาว ช่วยลดการแตกร้าวของคอนกรีตในระยะยาว ข้อควรระวังและข้อเสีย ความยืดหยุ่นในการปรับพื้นที่น้อย ไวร์เมชผลิตเป็นแผ่นขนาดตายตัว จึงอาจต้องตัดหรืองอเมื่อเจอกับพื้นที่ที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม การขนส่งต้องระมัดระวัง เนื่องจากมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จึงต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกและต้องมีเครื่องมือช่วยยก ต้นทุนต่อแผ่นอาจสูงกว่าการผูกเหล็กเองในบางกรณี โดยเฉพาะในงานขนาดเล็กที่ต้องใช้แผ่นไวร์เมชน้อย

เปรียบเทียบกับไวร์เมชขนาดอื่น

ขนาดไวร์เมช เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) ระยะห่าง (ซม.) ความเหมาะสมในการใช้งาน 6@20 6 มม. 20 ซม. งานเบา เช่น พื้นบ้านทั่วไป 9@20 9 มม. 20 ซม. งานกลางถึงหนัก เช่น พื้นโรงงาน 12@20 12 มม. 20 ซม. งานหนักมาก เช่น ถนนคอนกรีต, โครงสร้างเสา ไวร์เมช 9@20 อยู่ในระดับกลางค่อนข้างสูง เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานมากกว่าพื้นบ้านทั่วไป แต่ยังไม่ถึงขั้นงานโครงสร้างหนักสุด ราคาของไวร์เมช 9@20 (อัปเดตต้นปี 2025) ราคาจะขึ้นอยู่กับปริมาณการสั่งซื้อและผู้จัดจำหน่าย แนะนำให้เปรียบเทียบราคาจากหลายร้าน หรือสอบถามจากผู้ผลิตโดยตรง เพื่อให้ได้ราคาที่คุ้มค่าที่สุด ข้อแนะนำในการเลือกใช้ไวร์เมช 9@20 ตรวจสอบว่าสเปกเหล็กตรงตามมาตรฐาน หรือไม่ พิจารณาจากชนิดของงาน ว่าต้องการความแข็งแรงระดับใด ตรวจสอบการเชื่อมแต่ละจุดว่ามีความแน่นหนา ไม่มีจุดหลุดหรือรอยเชื่อมไม่เต็ม ตรวจดูสนิมก่อนใช้งาน หากมีสนิมจำนวนมากควรหลีกเลี่ยง ไวร์เมช 9@20 คือทางเลือกที่ดีสำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงระดับกลางถึงสูง โดยเฉพาะงานพื้นอาคาร ลานจอดรถ และโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ติดตั้งง่าย และความแม่นยำในการผลิต จึงช่วยลดเวลาและต้นทุนในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกใช้ไวร์เมชอย่างเหมาะสมจะช่วยให้โครงสร้างมีความมั่นคง ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว ดังนั้นการทำความเข้าใจคุณสมบัติของไวร์เมชแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะหากคุณเป็นผู้รับเหมา วิศวกร หรือเจ้าของโครงการที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในงานก่อสร้าง

Wire Mesh, ไวร์เมช, ไวร์เมชเทพื้น, จำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมช, จำหน่ายรั้วตาข่าย, จำหน่ายรั้วตาข่ายถักปม, จำหน่ายลวดตาข่าย, จำหน่ายลวดถักปม, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช Wire Mesh, ตะแกรงไวร์เมช, ตาข่ายกรงไก่, รั้วไร่นา, รั้วตาข่ายถัก Chainlink, รั้วล้อมคอกสัตว์, ลวดตะแกรงตัวหนอน, ลวดล้อมคอกสัตว์, 4@20, 6@20, 9@20

บริษัท เคเค ทรัพย์มงคล จำกัด (KK Supmongkol Co., Ltd.) เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) และผลิตภัณฑ์ลวดตาข่ายต่างๆ สำหรับงานก่อสร้างและเกษตรกรรม โดยมีจุดเด่นด้านคุณภาพมาตรฐาน มอก. และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร สินค้าและบริการหลัก ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (Wire Mesh) ผลิตจากลวดเหล็กรีดเย็นคุณภาพสูง เชื่อมติดด้วยระบบอัตโนมัติ มีทั้งแบบข้ออ้อยและผิวเรียบ รองรับแรงดึงและแรงอัดได้ดี เหมาะสำหรับงานพื้น คาน เสา และโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก รั้วตาข่ายถักปม (Woven Wire Fence) รั้วตาข่ายกึ่งสปริง มีความยืดหยุ่นสูง ทนแรงกระแทกได้ดี เหมาะสำหรับล้อมคอกสัตว์ พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่ลาดชัน ลวดตะแกรงตัวหนอน (Crimped Wire Mesh) ลวดเหล็กซุบซิงค์ (Galvanized Steel Wire) ถักทอด้วยแรงมือ ใช้สำหรับป้องกันนกเข้าอาคาร รองรับแผ่นฉนวนกันความร้อนใต้หลังคา และทำรั้วโรงงาน รั้วตาข่ายถัก Chainlink ตาข่ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เหมาะสำหรับทำรั้วสนามกีฬา รั้วโรงงาน และรั้วบ้านพักอาศัย จุดเด่นของบริษัท คุณภาพมาตรฐาน มอก. สินค้าทุกชิ้นผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม บริการด้วยใจ เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก ประหยัดและรวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาในการก่อสร้าง เอนกประสงค์ สินค้าสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ร้านจำหน่าย Wire Mesh ที่มีคุณภาพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *