wiremeshkks.com

ความแตกต่างเทในการเทคอนกรีตแบบมีและไม่มีไวร์เมช

ความแตกต่างเทในการเทคอนกรีตแบบมีและไม่มีไวร์เมช

ความแตกต่างเทในการเทคอนกรีตแบบมีและไม่มีไวร์เมช การเทคอนกรีตแบบมีไวร์เมช และไม่มีไวร์เมช แตกต่างกันอย่างไร ในการก่อสร้างอาคาร บ้านพักอาศัย หรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ งานเทคอนกรีต ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะเป็นฐานรากและพื้นของสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด การเทคอนกรีตที่ถูกวิธีไม่เพียงช่วยให้โครงสร้างแข็งแรงและทนทาน แต่ยังลดปัญหาการแตกร้าวและการทรุดตัวในอนาคตได้ด้วย ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อคุณภาพของงานเทคอนกรีตก็คือ การใช้ไวร์เมช หรือ ตะแกรงเหล็กเสริมคอนกรีต นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง การเทคอนกรีตแบบมีไวร์เมช และ การเทคอนกรีตแบบไม่มีไวร์เมช ว่ามีผลอย่างไรกับความแข็งแรงของพื้นคอนกรีต รวมถึงแนะนำแนวทางการเลือกใช้อย่างเหมาะสมกับลักษณะงาน ไวร์เมช (Wire Mesh) หรือ ตะแกรงเหล็กเสริมคอนกรีต คือเหล็กเส้นกลมขนาดเล็กที่นำมาเชื่อมเป็นช่องตารางสี่เหลี่ยมขนาดเท่ากัน ใช้สำหรับเสริมแรงให้กับคอนกรีต เพื่อป้องกันการแตกร้าวจากแรงดึงและแรงอัด โดยเฉพาะในงานพื้นคอนกรีต ผนัง หรือทางเดิน ไวร์เมชผลิตจากเหล็กคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการเชื่อมอัตโนมัติ ทำให้ได้ขนาดและระยะห่างของเหล็กที่สม่ำเสมอ เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรงและทนทานในระยะยาว เช่น พื้นบ้านหรือพื้นโรงงาน ถนน ลานจอดรถ พื้นโกดัง พื้นชั้นล่างของอาคาร

  • การเทคอนกรีตแบบมีไวร์เมช

การเทคอนกรีตแบบมีไวร์เมช คือการวางตะแกรงเหล็กเสริมไว้บริเวณกลางของคอนกรีตก่อนทำการเท ซึ่งจะช่วยให้คอนกรีตมีความแข็งแรงและทนต่อแรงต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นข้อดีของการเทคอนกรีตแบบมีไวร์เมช เพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของพื้น ไวร์เมชช่วยกระจายแรงกด แรงดึง และแรงอัดในพื้นคอนกรีต ทำให้พื้นไม่แตกร้าวง่ายเมื่อรับน้ำหนักมาก ลดการแตกร้าวจากการหดตัวของคอนกรีต เมื่อคอนกรีตแห้ง มักจะเกิดการหดตัวและแตกร้าวในบางจุด การมีไวร์เมชช่วยยึดเนื้อคอนกรีตไว้ ทำให้รอยแตกร้าวเกิดน้อยลง ช่วยประหยัดเวลาในการทำงาน การใช้ไวร์เมชแทนการผูกเหล็กเส้นแบบเดิมช่วยให้ช่างทำงานได้เร็วขึ้น เพราะไม่ต้องเสียเวลาผูกเหล็กทีละเส้น ลดต้นทุนแรงงานในระยะยาว แม้ไวร์เมชจะมีต้นทุนวัสดุสูงกว่าเหล็กเส้นเล็กน้อย แต่เมื่อคิดรวมค่าแรงและเวลาการทำงาน จะช่วยลดค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ ได้พื้นเรียบสวยและทนทานกว่า นที่มีไวร์เมชมักเกิดการแตกร้าวน้อยกว่า เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความเรียบและรับน้ำหนักได้มาก เช่น พื้นโรงรถหรือพื้นโกดังสินค้า

 

  • การเทคอนกรีตแบบไม่มีไวร์เมช

สำหรับงานบางประเภท โดยเฉพาะงานขนาดเล็กหรือพื้นที่ที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก เช่น ทางเดินในสวน หรือพื้นลานบ้านบางส่วน อาจเลือก การเทคอนกรีตแบบไม่มีไวร์เมช เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ข้อดีของการเทคอนกรีตแบบไม่มีไวร์เมช ประหยัดต้นทุนวัสดุ ไม่ต้องซื้อไวร์เมช จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ในทันที โดยเฉพาะงานขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องรับน้ำหนักมาก เหมาะกับงานเล็กและชั่วคราว เช่น ทางเดินในสวน, ลานซักล้าง, หรือพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้งานหนัก งานประเภทนี้สามารถเทคอนกรีตได้โดยไม่ต้องเสริมเหล็ก ทำงานได้รวดเร็วและง่าย ไม่มีขั้นตอนการวางเหล็กหรือผูกเหล็ก จึงช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็วขึ้น ข้อเสียของการเทคอนกรีตแบบไม่มีไวร์เมช พื้นแตกร้าวง่าย คอนกรีตล้วนๆ ไม่มีวัสดุช่วยรับแรงดึง จึงเกิดรอยร้าวได้ง่ายจากการหดตัวหรือแรงกระแทก ไม่เหมาะกับงานที่รับน้ำหนักมาก หากใช้กับพื้นโรงรถ พื้นโกดัง หรือบริเวณที่มีแรงกดสูง อาจเกิดการทรุดหรือแตกร้าวได้ในเวลาไม่นาน อายุการใช้งานสั้นกว่า คอนกรีตที่ไม่มีการเสริมเหล็กมักจะเสื่อมสภาพเร็วกว่า โดยเฉพาะเมื่อเจอกับสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยหรือความชื้นสูง ความแตกต่างเทในการเทคอนกรีตแบบมีและไม่มีไวร์เมช

ควรเลือกใช้ไวร์เมชเมื่อใด

ควรเลือกใช้ไวร์เมชเมื่อใด การเลือกว่าจะใช้ไวร์เมชหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานและงบประมาณ โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้ ลักษณะงาน ควรใช้ไวร์เมชหรือไม่

  • พื้นบ้านทั่วไป ควรใช้ไวร์เมชขนาด 4 มม. – 6 มม.
  • พื้นโรงรถ หรือพื้นที่รับน้ำหนักสูง ควรใช้ไวร์เมชขนาด 6 มม. – 8 มม.
  • ทางเดินในสวนหรือพื้นตกแต่ง อาจไม่จำเป็นต้องใช้
  • พื้นโกดังหรืออาคารพาณิชย์ ต้องใช้ไวร์เมชเพื่อความแข็งแรง
  • งานซ่อมแซมหรือพื้นชั่วคราว สามารถเลือกไม่ใช้เพื่อประหยัดได้

เคล็ดลับการเทคอนกรีตให้ได้คุณภาพ

เคล็ดลับการเทคอนกรีตให้ได้คุณภาพไม่ว่าจะเทคอนกรีตแบบมีหรือไม่มีไวร์เมช การทำงานที่ถูกวิธีก็สำคัญมากเช่นกัน เตรียมพื้นที่ให้แน่นและเรียบก่อนเท ควรบดอัดพื้นดินให้แน่นก่อน เพื่อป้องกันการทรุดตัวของพื้นในภายหลัง วางไวร์เมชให้ลอยอยู่กึ่งกลางคอนกรีต อย่าวางติดพื้นดิน เพราะจะไม่ได้ผลในการเสริมแรง ควรใช้ตัวหนุน (Spacer) ยกให้เหล็กอยู่กลางคอนกรีต ผสมคอนกรีตตามอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อให้คอนกรีตมีความแข็งแรง ไม่แห้งหรือเหลวจนเกินไป บ่มคอนกรีตหลังเทอย่างน้อย 7 วัน รดน้ำหรือคลุมพลาสติกไว้ เพื่อรักษาความชื้น ช่วยให้คอนกรีตแข็งแรงและไม่แตกร้าว การเทคอนกรีตแบบมีไวร์เมช ให้ความแข็งแรง ทนทาน และอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะสำหรับพื้นที่ที่รับน้ำหนักมาก เช่น พื้นโรงรถ ลานจอด หรือพื้นอาคาร ส่วน การเทคอนกรีตแบบไม่มีไวร์เมช แม้จะประหยัดงบประมาณและทำได้เร็ว แต่เหมาะกับงานเล็กหรือพื้นที่ที่ไม่รับแรงมากเท่านั้น ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาจากงบประมาณ ลักษณะการใช้งาน และความคงทนที่ต้องการ เพื่อให้ได้งานเทคอนกรีตที่คุ้มค่า ปลอดภัย และใช้งานได้ยาวนาน

จำหน่ายลวดตาข่าย (หน้า 6), จำหน่ายรั้วตาข่าย (หน้า 4), จำหน่ายรั้วตาข่ายถักปม (หน้า 4), ลวดล้อมคอกสัตว์ (หน้า 4), Wire Mesh (หน้า 3), จำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมช (หน้า 3), ไวร์เมช (หน้า 2), ไวร์เมชเทพื้น (หน้า 2), ตะแกรงเหล็กไวร์เมช (หน้า 2), ตะแกรงเหล็กไวร์เมช Wire Mesh (หน้า 2), ตะแกรงไวร์เมช (หน้า 2)

Wire Mesh, ไวร์เมช, ไวร์เมชเทพื้น, จำหน่ายตะแกรงเหล็กไวร์เมช, จำหน่ายรั้วตาข่าย, จำหน่ายรั้วตาข่ายถักปม, จำหน่ายลวดตาข่าย, จำหน่ายลวดถักปม, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช, ตะแกรงเหล็กไวร์เมช Wire Mesh, ตะแกรงไวร์เมช, ตาข่ายกรงไก่, รั้วไร่นา, รั้วตาข่ายถัก Chainlink, รั้วล้อมคอกสัตว์, ลวดตะแกรงตัวหนอน, ลวดล้อมคอกสัตว์, 4@20, 6@20, 9@20

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *